9 เรื่องน่ารู้หุ้น 'สยามราชธานี(SO)' ผู้ให้บริการ Outsource

9 เรื่องน่ารู้หุ้น 'สยามราชธานี(SO)' ผู้ให้บริการ Outsource

บริษัท สยามราชธานี จำกัด (มหาชน) หรือ SO ธุรกิจให้บริการจัดหาบุคลากร ธุรกิจให้เช่าและบริการ กำลังจะเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ในวันที่ 14 ต.ค.นี้

ดังนั้น สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย จึงได้สรุปข้อมูลที่สำคัญจากแบบไฟลิ่ง เป็น 9 เรื่องน่ารู้หุ้น SO เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจของนักลงทุน

1. บริษัท สยามราชธานี จำกัด (มหาชน) หรือ SO ประกอบธุรกิจให้บริการ Outsource ใน 2 กลุ่มธุรกิจหลัก ได้แก่

  1. ธุรกิจให้บริการจัดหาบุคลากร (Outsourcing Services) ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ 1) ธุรกิจบริการบริหารจัดการ ซึ่งประกอบด้วย การบริหารจัดการพนักงานขับรถยนต์และพนักงานสำนักงาน การบริหารจัดการพนักงานช่างเทคนิค และการบริหารจัดการงานบันทึกข้อมูล และ 2) ธุรกิจบริการดูแลภูมิทัศน์
  2. ธุรกิจให้เช่าและบริการ ได้แก่ ธุรกิจบริการรถยนต์ให้เช่าและธุรกิจให้เช่าอสังหาริมทรัพย์

2.ขายไอพีโอ 85 ล้านหุ้น คิดเป็น 27.42%

เสนอขายหุ้นทั้งหมดไม่เกิน 85,000,000 หุ้น คิดเป็นร้อยละ 27.42 ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมดภายหลังการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนในครั้งนี้ แบ่งเป็น

หุ้นสามัญเพิ่มทุน จำนวน 76,500,000 หุ้น เพื่อเสนอขายให้แก่ประชาชนเป็นการทั่วไป หุ้นสามัญเพิ่มทุน จำนวน 8,500,000 หุ้น เพื่อเสนอขายให้แก่กรรมการ ผู้บริหาร และ/หรือ พนักงานของบริษัท

3.เคาะราคาไอพีโอ 6.50 บาท คิดเป็น P/E 16.7 เท่า

SO กำหนดราคาเสนอขายหุ้นไอพีโอที่ 6.50 บาท คิดเป็นอัตราส่วนราคาต่อกำไรสุทธิ (P/E Ratio) ที่ 16.7 เท่า คิดจากกำไรสุทธิของบริษัทในช่วง 12 เดือนย้อนหลัง ซึ่งถือว่าเป็นระดับราคาที่เหมาะสมกับปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่ง

เมื่อเทียบกับ SET Index ที่มี P/E Ratio อยู่ที่ 21 เท่า รวมทั้งแนวโน้มการเติบโตอย่างต่อเนื่องยั่งยืนตามแนวโน้มการเติบโตที่ดีของธุรกิจ Outsource ซึ่งถือเป็นทางเลือกการบริหารจัดการลดต้นทุน ลดภาระและเพิ่มประสิทธิภาพองค์กรของหน่วยงานราชการรัฐวิสาหกิจ และบริษัทเอกชนขนาดใหญ่ กลุ่มลูกค้าหลักที่ SO ให้บริการอยู่ในปัจจุบัน

SO ขายหุ้นไอพีโอ : ทั้งหมดไม่เกิน 85 ล้านหุ้น คิดเป็น 27.42%

มีจำนวนหุ้นหลังเสนอขายไอพีโออยู่ที่ : 310 ล้านหุ้น

เข้าจดทะเบียนด้วยวิธี : เกณฑ์กำไรสุทธิ (Profit Test)

มูลค่าที่ตราไว้(พาร์) : 1.00 บาท/หุ้น

มูลค่าทางบัญชี : 1.67 บาทต่อหุ้น (ณ วันที่ 30 มิถุนายน 63)

เข้าซื้อขายใน : ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) วันที่ 14 ต.ค.63

หมวดธุรกิจ : บริการ

ที่ปรึกษาทางการเงิน : บริษัทหลักทรัพย์ อาร์เอชบี (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)

ผู้ร่วมจัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย : บล.อาร์เอชบี (ประเทศไทย) ,บล.เอเอสแอล, บล.ไอ วี โกลบอล,บล.ทรีนีตี้ และ บล.หยวนต้า (ประเทศไทย)

สัดส่วนการเสนอขายหุ้น

บุคคลตามดุลพินิจของผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ จำนวน 46.75 ล้านหุ้น (55%)

นักลงทุนสถาบัน จำนวน 25.50 ล้านหุ้น (30%)

ผู้มีอุปการคุณของบริษัท จำนวน 4.25 ล้านหุ้น (5%)

กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานของบริษัท 8.50 ล้านหุ้น (10%)

4.หลังไอพีโอ กลุ่มวิมลเฉลา ยังถือหุ้นใหญ่ 72.58%

หลังจากการเสนอขายหุ้นไอพีโอแล้วกลุ่มวิมลเฉลา ยังคงสัดส่วนถือหุ้นใหญ่ 72.58% โดยมีสัดส่วนถือหุ้นหลังไอพีโอดังนี้

5.รายได้เติบโตต่อเนื่องในปี 60 - สิ้นมิ.ย.63

รายได้และกำไรสุทธิของ SO ในปี 60 -สิ้นมิ.ย.63 เป็นดังนี้

  ปี 60 ปี 61 ปี 62 สิ้นมิ.ย.63
รายได้(ลบ.) 1,732 1,850 1,956 1,027
กำไรสุทธิ(ลบ.) 116 101 109 59
อัตรากำไรสุทธิ(%) 6.70 5.46 5.58 5.74

ปี 62 รายได้ที่เติบโตต่อเนื่องเป็นผลมาจากทั้งการเติบโตของรายได้จากค่าบริการจัดหาบุคลากร และการเติบโตของรายได้ค่าเช่าและบริการที่เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ ในช่วงปลายไตรมาส 2/62 บริษัทมีการทำสัญญาเช่ารถยนต์กับลูกค้าประเภทหน่วยงานของรัฐบาลรายใหญ่รายหนึ่งที่มีปริมาณรถยนต์เช่าสูงถึง 86 คัน

งวด 6 เดือน ปี 63 รายได้เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันปีก่อน เป็นผลมาจากทั้งการเติบโตของรายได้จากค่าบริการจัดหาบุคลากรซึ่งส่วนใหญ่เป็นการเติบโตมาจากหน่วยงานบริหารจัดการพนักงานช่างเทคนิค ซึ่งบริษัทได้ทำสัญญาฉบับใหม่ในช่วงต้นปี 63 โดยสัญญาฉบับดังกล่าว ลูกค้าประเภทหน่วยงานรัฐบาลที่เป็นคู่สัญญาของบริษัทได้เพิ่มจำนวนพนักงานและอัตราค่าจ้างตามสัญญาเมื่อเทียบกับสัญญาเดิมที่บริษัทเคยได้รับในงวดเดียวกันของปีก่อน และการเติบโตของรายได้ค่าเช่าและบริการ ซึ่งเป็นผลมาจากรายได้บริการรถยนต์ให้เช่าซึ่งบริษัทได้ลูกค้าประเภทหน่วยงานของรัฐบาลรายใหญ่รายหนึ่งที่มีการทำสัญญาตั้งแต่ช่วงไตรมาสที่ 2/62 ซึ่งเป็นสัญญาระยะสั้นที่มีการรับรู้รายได้ที่ต่อเนื่องมาจนถึงในช่วงไตรมาสที่ 1/63 ภายหลังจากสัญญาระยะสั้นดังกล่าวสิ้นสุดอายุสัญญาบริษัทยังได้เข้าร่วมประมูลกับลูกค้ารายเดิม ซึ่งบริษัทชนะการประมูลและได้รับสัญญาในรูปของสัญญาระยะยาวซึ่งมีอายุสัญญา 5 ปี ในช่วงเดือนเมษายน 63 ทำให้บริษัทมีการรับรู้รายได้เพิ่มเติมจากสัญญาดังกล่าว

6.มี D/E ที่ 3.39 เท่า หลังปันผล ก่อนขาย IPO

SO มีระดับ D/E ล่าสุด อยู่ที่ 3.39 เท่า หลังปันผล ก่อนขาย IPO

เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2563 ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทมีมติอนุมัติการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล จำนวน 68 ล้านบาท หรือคิดเป็นอัตราการจ่ายปันผลอัตราหุ้นละ 0.3022 บาท โดยบริษัทมีการกำหนดวันที่จ่ายเงินปันผลภายในวันที่ 2 กันยายน 2563 ซึ่งจะส่งผลให้ อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E) ภายหลังการจ่ายเงินปันผล เพิ่มขึ้นเป็น 3.39 เท่า จากก่อนการจ่ายเงินปันผลที่ 2.77 เท่า

การเพิ่มขึ้นของอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นไม่ได้กระทบต่อบริษัท เนื่องจากธนาคารไม่ได้มีเงื่อนไขกำหนดเรื่องการดำรงอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นของบริษัท นอกจากนี้ หากพิจารณาผลการดำเนินการในอดีตที่ผ่านมาบริษัทมีผลกำไรในการประกอบธุรกิจมาโดยตลอด ดังนั้น จึงทำให้บริษัทมีวงเงินเบิกเกินบัญชีและวงเงินตั๋วสัญญาใช้เงินคงเหลือที่ได้รับจากสถาบันการเงิน ณ 30 มิถุนายน 2563 เป็นจำนวน 296.97 ล้านบาท ซึ่งทำให้สามารถรองรับการดำเนินธุรกิจหากเกิดกรณีที่บริษัทประสบปัญหาการขาดสภาพคล่องในอนาคตได้อย่างเพียงพอ

งบแสดงฐานะการเงิน SO สิ้นมิ.ย.63 ดังนี้

สินทรัพย์รวม : 1,411.92 ลบ.

หนี้สินรวม : 1,037.05 ลบ.

ส่วนของผู้ถือหุ้น : 374.87 ลบ.

อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนผู้ถือหุ้น (D/E) :3.39 เท่า

อัตราผลตอบแทนต่อสินทรัพย์ (ROA) : 9.43%

อัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) : 34.16%

7.สัดส่วนหุ้นของ “ผู้มีส่วนร่วมในการบริหาร” ที่ไม่ติด Silent Period อยู่ที่ 54.50 ล้านหุ้น หรือ 17.58% ของหุ้นทั้งหมด

สัดส่วนหุ้นของ “ผู้มีส่วนร่วมในการบริหาร” ที่ไม่ติด Silent period จำนวน 54,500,000 หุ้น คิดเป็นร้อยละ 17.58 ของจำนวนหุ้นที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมดของบริษัทภายหลังการเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนในครั้งนี้

8.นโยบายจ่ายปันผลไม่ต่ำกว่า 50%

บริษัทมีนโยบายการจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นในอัตราไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของกำไรสุทธิของงบการเงินเฉพาะกิจการภายหลังจากหักภาษีและเงินทุนสำรองตามกฎหมายและเงินสำรองอื่น

9.เงินระดมทุนส่วนใหญ่ใช้ชำระหนี้

บริษัทจะนำเงินที่ได้จากการเสนอขายหุ้นต่อประชาชนครั้งนี้ หลังหักค่าธรรมเนียมการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้น และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเสนอขายหุ้น ซึ่งเป็นเงินประมาณ 527.23 ล้านบาท ไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ดังนี้

ที่มา : efinancethai

#SO #SIAMRAJATHANEE #ThailandOutsourcing #สยามราชธานี #Outsource