ในโลกธุรกิจยุคใหม่ที่มีการแข่งขันสูงและเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การบริหารและจัดสรรทรัพยากรบุคคลอย่างเหมาะสมเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนให้องค์กรเติบโตอย่างยั่งยืน คำถามที่ผู้บริหารหลายคนกำลังเผชิญอยู่ คือจะ จ้าง Outsource หรือจ้าง In-house (พนักงานประจำ) ดี สำหรับตำแหน่งงานไหนบ้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสายงานไอที (IT) ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการแข่งขันทางธุรกิจในปัจจุบัน  

บทความนี้จะนำเสนอกรอบแนวคิด (Framework) ในการประเมินปัจจัยหลัก 4 ด้าน เพื่อช่วยให้คุณตัดสินใจเลือกระหว่าง In-house และ Outsource ได้อย่างชาญฉลาด พร้อมยกตัวอย่างการประยุกต์ใช้สำหรับบุคลากรไอทีโดยเฉพาะ 

IT Outsource-In house Selection Framework

 

4 กรอบแนวคิด (Framework)
ในการประเมินเลือก จ้าง Outsource หรือจ้าง In-house

แนวคิดหรือวิธีการใช้เพื่อตัดสินใจเลือกระหว่าง การจ้าง In-house กับใช้บริการ Outsource เป็นกลยุทธ์สำคัญที่ส่งผลต่อความสำเร็จขององค์กร ปัจจัยหลักที่ต้องพิจารณา คือ ความสำคัญเชิงกลยุทธ์ ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ความคุ้มค่าด้านต้นทุน และความยืดหยุ่นในการปรับขนาด บทความนี้จะวิเคราะห์แต่ละปัจจัยอย่างละเอียด เพื่อช่วยให้ผู้บริหารสามารถตัดสินใจได้อย่างเหมาะสมกับบริบทขององค์กร

  1. ความสำคัญเชิงกลยุทธ์ (Strategic Importance)

    การพิจารณาว่าตำแหน่งงานใดมีความสำคัญเชิงกลยุทธ์ต่อความสำเร็จระยะยาวขององค์กรเป็นปัจจัยแรกที่ต้องคำนึงถึง โดยหน้าที่ที่เป็นแกนหลักของธุรกิจ เป็นความสามารถหลัก (Core Competency) หรือสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน เช่น การออกแบบผลิตภัณฑ์ การวางแผนกลยุทธ์ การวิจัยและพัฒนา หรือการบริหารความสัมพันธ์ลูกค้า มักจำเป็นต้องจ้างเป็น In-house เพื่อสั่งสมความรู้และประสบการณ์ภายในองค์กร 

    ในทางกลับกัน สำหรับตำแหน่งที่ไม่ใช่ความสามารถหลักขององค์กร (Non-Core Functions) เช่น งานบัญชี งานธุรการ หรือการบริหารสวัสดิการพนักงาน การใช้บริการจาก Outsource อาจเป็นตัวเลือกที่ดีกว่า เพื่อให้องค์กรได้ใช้บริการจากผู้เชี่ยวชาญ โดยไม่ต้องลงทุนพัฒนาขีดความสามารถเหล่านี้ขึ้นมาเอง 

  2. ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน (Specialized Expertise)

    อีกปัจจัยสำคัญคือ ระดับของความรู้และทักษะเฉพาะทางที่จำเป็นสำหรับตำแหน่งงานนั้นๆ หากเป็นความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านที่หายาก ไม่สามารถสรรหาผู้มีความสามารถมาร่วมงานกับองค์กรได้ หรือต้องใช้เวลาและค่าใช้จ่ายในการพัฒนาสูง เช่น ผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุน นักสถิติวิเคราะห์ข้อมูลขั้นสูง หรือวิศวกรเฉพาะทาง
    การจ้างที่ปรึกษาหรือใช้บริการจาก Outsource ที่มีความเชี่ยวชาญเหล่านั้น จะเป็นทางเลือกที่คุ้มค่าและมีประสิทธิภาพกว่า แต่หากเป็นงานที่ต้องการความรู้ความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในธุรกิจ กระบวนการ หรือผลิตภัณฑ์ขององค์กรเอง เช่น การบริหารความสัมพันธ์ลูกค้า, การประกันคุณภาพสินค้า หรือการกำหนดนโยบายด้านทรัพยากรบุคคล การพัฒนาความเชี่ยวชาญเหล่านี้ภายในและการจ้างพนักงานประจำที่รู้จักองค์กรเป็นอย่างดีจะเหมาะสมกว่า

  3. ความคุ้มค่าด้านต้นทุน (Cost-Effectiveness)

    อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจระหว่าง In-house และ Outsource คือผลประโยชน์ด้านต้นทุนในระยะยาว โดยทั่วไปแล้ว การจ้างพนักงานประจำจะมีค่าใช้จ่ายคงที่ที่สูงกว่า ทั้งเรื่องเงินเดือน สวัสดิการ การฝึกอบรม และค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการ แต่ในระยะยาวการมีทีมงานคุณภาพที่ทุ่มเทให้กับบริษัท ก็อาจส่งผลให้ผลิตภาพโดยรวมสูงขึ้น ซึ่งคุ้มค่ากว่าการ Outsource ในบางตำแหน่ง
    ในขณะที่ Outsourcing จะช่วยลดต้นทุนและผันแปรค่าใช้จ่ายไปตามความต้องการใช้งานจริง จึงคุ้มค่ากว่าสำหรับงานที่มีปริมาณไม่แน่นอน งานที่จำเป็นต้องมีเฉพาะบางช่วงเวลา หรืองานที่ใช้ทักษะเฉพาะด้านสูงแต่มีปริมาณงานไม่มากนัก เช่น การจัดทำเงินเดือน การทำความสะอาด หรือการจัดการด้านกฎหมาย การใช้ Outsource จะช่วยลดภาระในการจัดการพนักงานและต้นทุนคงที่ระยะยาวได้
    ดังนั้น ควรวิเคราะห์ต้นทุนทั้งหมดในระยะยาว รวมถึงต้นทุนค่าเสียโอกาส (Opportunity Cost) ร่วมด้วย เพื่อประเมินให้ได้ว่าการจ้างพนักงานประจำหรือการใช้บริการภายนอกจะให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่ากว่ากัน

  4. ความยืดหยุ่นและความสามารถในการปรับขนาด (Flexibility and Scalability)

    ปัจจัยสุดท้ายที่ต้องพิจารณาคือ ความยืดหยุ่นและความสามารถในการปรับขยายหรือลดขนาดของทีมงานตามความจำเป็น สำหรับตำแหน่งงานที่มีปริมาณคงที่และต้องการความต่อเนื่อง เช่น ฝ่ายบัญชี ฝ่ายบริการลูกค้า การจ้างพนักงานประจำจะเหมาะสมกว่า เพราะการ Outsource อาจส่งผลต่อคุณภาพและความสม่ำเสมอของการทำงาน
    แต่ในทางกลับกัน สำหรับตำแหน่งงานที่มีความต้องการผันผวนตามฤดูกาล เช่น งานขายในช่วงเทศกาล หรืองานที่เป็นโปรเจกต์ระยะสั้น การใช้บริการ Outsource จะช่วยให้องค์กรสามารถเพิ่มหรือลดจำนวนพนักงานตามความจำเป็น โดยไม่ต้องแบกรับภาระต้นทุนคงที่ในระยะยาว ซึ่งเรียกว่าการ “Elastic Staffing” อันจะช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นและประสิทธิภาพโดยรวมให้กับองค์กร
    การ Outsource ยังช่วยให้องค์กรปรับขยายขนาดได้อย่างรวดเร็วในยามที่ธุรกิจเติบโต เพราะสามารถเข้าถึงทรัพยากรบุคคลจำนวนมากได้ทันที โดยไม่ต้องเสียเวลาไปกับการสรรหาและฝึกอบรม ซึ่งเป็นความได้เปรียบอย่างมากโดยเฉพาะสำหรับธุรกิจสตาร์ทอัพหรือธุรกิจ SME ที่ต้องการความคล่องตัวสูง 

งาน IT จะจ้าง Outsource ดี หรือจ้าง In-house (พนักงานประจำ) ? 

ในโลกธุรกิจยุคดิจิทัล การวางแผนกำลังคนด้านไอที (IT Workforce Planning) ถือเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้องค์กรสามารถปรับตัวและแข่งขันได้ท่ามกลางความท้าทายและโอกาสใหม่ๆ หนึ่งในคำถามสำคัญที่ผู้บริหารมักเผชิญคือ จะ Outsource หรือจ้าง In-house ดี? การตัดสินใจนี้ไม่เพียงส่งผลต่อประสิทธิภาพและความคุ้มค่าในการดำเนินงาน แต่ยังมีผลกระทบต่อความปลอดภัยของข้อมูล ความสามารถในการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี และการสร้างนวัตกรรมที่เป็นเอกลักษณ์ขององค์กรด้วย 

IT ตำแหน่งไหนควรจ้าง in-house ตำแหน่งไหนควรจ้าง Outsource 

เรามาดูกันว่า สำหรับบุคลากรด้านไอทีในตำแหน่งต่างๆ เราควรเลือก In-house หรือ Outsource จึงจะเหมาะสมที่สุด 

สำหรับตำแหน่งที่มีความสำคัญเชิงกลยุทธ์สูง เป็นแกนหลักในการสร้างนวัตกรรม และความได้เปรียบในการแข่งขัน เช่น

  • Chief Information Officer (CIO)ผู้นำสูงสุดด้านกลยุทธ์ไอทีและการพลิกโฉมธุรกิจด้วยเทคโนโลยี
  • IT Managerบริหารจัดการและกำกับดูแลการทำงานของทีมไอทีภายในองค์กร
  • Cybersecurity Specialistปกป้ององค์กรจากภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่ทวีความซับซ้อนขึ้นเรื่อยๆ
  • Data Analyst / Data Scientistสกัดข้อมูลเชิงลึกจาก Big Data เพื่อขับเคลื่อนธุรกิจ
  • Artificial Intelligence (AI) Engineerพัฒนาและประยุกต์ใช้ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและสร้างโอกาสใหม่ๆ
  • Software Developer / Software Architectพัฒนาและออกแบบซอฟต์แวร์หลักขององค์กร
  • DevOps Engineerผสานการพัฒนาและปฏิบัติการไอทีเพื่อส่งมอบซอฟต์แวร์ที่มีคุณภาพสูงอย่างต่อเนื่อง
  • Cloud Engineerนำองค์กรเข้าสู่ยุคคลาวด์ เพื่อเพิ่มความคล่องตัวและประสิทธิภาพในการทำงาน

ตำแหน่งเหล่านี้ควรเป็นพนักงานประจำ เพื่อสร้างความต่อเนื่อง รักษาองค์ความรู้ภายใน และสร้างความผูกพันระยะยาวกับองค์กร 

IT Outsource or In-house

 

ในทางกลับกัน สำหรับตำแหน่งที่ต้องการความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านสูง แต่อาจจะไม่ใช่ Core Competency หลักขององค์กรโดยตรง เช่น

  • Web Developerพัฒนาและปรับปรุงเว็บไซต์ขององค์กร ซึ่งความต้องการอาจขึ้นลงตามแต่ละโปรเจค
  • Mobile App Developerสร้างและอัปเดตแอปพลิเคชันมือถือ ซึ่งอาจไม่จำเป็นต้องมีทีมงานขนาดใหญ่ประจำ
  • IT Consultantให้คำปรึกษาและแนะนำแนวทางด้านไอทีเฉพาะด้าน เช่น ERP, CRM หรือ Business Intelligence
  • QA Engineerทดสอบและรับประกันคุณภาพซอฟต์แวร์ ซึ่งสามารถจ้างเหมาเป็นโปรเจคได้
  • Technical Supportให้การสนับสนุนด้านเทคนิคทั่วไปแก่ผู้ใช้งาน ซึ่งอาจ Outsource เพื่อประหยัดทรัพยากร
  • IT Technicianแก้ไขปัญหาฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์พื้นฐาน สามารถจ้างบริการจากภายนอกได้เป็นครั้งคราวตามความจำเป็น
  • UI/UX Designerออกแบบหน้าตาและประสบการณ์การใช้งานแอปพลิเคชัน อาจจ้างเหมาได้ตามความต้องการของแต่ละโปรเจค
  • Network Engineerออกแบบ ติดตั้ง และดูแลระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ซึ่งอาจใช้บริการจากผู้ให้บริการภายนอกได้ 

 

การ Outsource งานเหล่านี้ให้ผู้เชี่ยวชาญภายนอก จะช่วยให้องค์กรเพิ่มความยืดหยุ่น ประหยัดต้นทุน และมีกำลังคนที่พร้อมรับมือกับความต้องการที่ผันผวน โดยไม่ต้องแบกรับภาระพนักงานประจำจำนวนมาก ทั้งนี้ การเลือกว่าจะ Outsource หรือ Inhouse ไม่มีสูตรสำเร็จใช้ได้กับทุกองค์กร ผู้บริหารจำเป็นต้องพิจารณาให้รอบด้านทั้งเรื่องต้นทุน กลยุทธ์ โครงสร้างการทำงาน ความปลอดภัย และความพร้อมในการจัดการความเปลี่ยนแปลง อย่างไรก็ตาม การสร้างสมดุลที่เหมาะสมระหว่าง Inhouse กับ Outsource โดยเฉพาะในสายงานไอทีที่มีความสำคัญและผลกระทบสูงนั้น จะเป็นกุญแจสำคัญส่วนหนึ่งที่จะช่วยให้องค์กรสามารถผสานศักยภาพของบุคลากร เทคโนโลยี และกระบวนการ เพื่อขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโตได้ท่ามกลางความท้าทายและการแข่งขันในโลกดิจิทัลอย่างยั่งยืน 

IT Outsource Framework tailor made
สยามราชธานี มีบริการ IT Outsource ที่แตกต่าง 
  • ฐานข้อมูลบุคลากร Tech และ non-Tech กว่า 300,000 คน พร้อมส่งให้ลูกค้าพิจารณา 
  • ระบบ AI ช่วยคัดเลือกผู้สมัครได้อย่างรวดเร็ว และ Matching กับความต้องการลูกค้า 
  • บริการ IT workforce planning วางแผนกำลังคนและสัญญา และบริการ Tech Consult ให้คำปรึกษาด้านเทคนิคแก่พนักงาน outsource ตลอดสัญญา 
  • ประสบการณ์กว่า 48 ปี ในการบริหาร รูปแบบสัญญาที่หลากหลาย ทั้ง Outsource, Recruitment หรือ Hybrid รวมถึงรูปแบบ IT Service ที่คิดเป็นรายโครงการและราย subscription 

สยามราชธานี (SO) ผู้นำบริการ IT Outsource ที่พร้อมตอบโจทย์ทุกความต้องการขององค์กรยุคใหม่ ด้วยศักยภาพที่โดดเด่นและความเชี่ยวชาญในการบริหารกำลังคน IT อย่างมืออาชีพ เราพร้อมเป็นพันธมิตรที่เติมเต็มความแข็งแกร่งด้านเทคโนโลยีสารสนเทศให้แก่คุณ 

ด้วยฐานข้อมูลบุคลากรกว่า 300,000 คน ทั้ง Tech และ non-Tech ผนวกกับระบบ AI ในการคัดเลือกผู้สมัคร ทำให้เราสามารถค้นหาบุคลากรที่เหมาะสมได้อย่างรวดเร็ว เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้ทันที นอกจากนี้ เรายังมีบริการให้คำปรึกษาด้าน IT workforce planning เพื่อวางแผนกำลังคนอย่างมีประสิทธิภาพ และ Tech Consult ที่พร้อมอยู่เคียงข้างพนักงาน Outsource ตลอดระยะเวลาทำงาน 

ด้วยประสบการณ์กว่า 48 ปี ในการให้บริการ IT Outsource แก่บริษัทชั้นนำ เราเข้าใจความต้องการที่หลากหลายของธุรกิจ พร้อมให้คำแนะนำในการเลือก IT Skill ที่ตรงใจ และยืดหยุ่นในการปรับรูปแบบสัญญาให้สอดคล้องกับนโยบายองค์กร ไม่ว่าจะเป็น Outsource, Recruitment หรือ Hybrid ที่เปิดโอกาสให้ลูกค้าว่าจ้างพนักงาน Outsource เป็นการชั่วคราว และปรับเป็นพนักงานประจำได้ในภายหลัง 

SO ยังมอบบริการ IT Services อย่างครบวงจร ทั้งแบบ project และ subscription รายเดือน อาทิ งาน Tester, Implement, IT Support, Digital Marketing และ Data Labeling ที่ผสานเทคโนโลยีอัจฉริยะอย่าง AI OCR และ RPA เข้ากับกำลังคนคุณภาพ เพื่อช่วยให้ลูกค้าบริหารค่าใช้จ่ายและทรัพยากรได้อย่างคุ้มค่า มั่นใจในมาตรฐานการให้บริการชั้นเลิศจากทีมงานมืออาชีพของเรา ที่พร้อมอยู่เคียงข้างและผลักดันให้คุณก้าวสู่ความสำเร็จบนเส้นทางดิจิทัล ด้วยความซื่อตรง โปร่งใส และการคำนึงถึงประโยชน์ของลูกค้าเป็นสำคัญเสมอ 

ก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ของการบริหารทรัพยากรไอทีอย่างชาญฉลาดกับ SO ผู้เชี่ยวชาญด้าน IT Outsource ระดับแนวหน้า ติดต่อเราวันนี้เพื่อรับคำปรึกษาฟรีและข้อเสนอสุดพิเศษ ให้เราร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการนำพาองค์กรของคุณสู่ความสำเร็จอย่างยั่งยืน ด้วยศักยภาพสูงสุดของกำลังคนคุณภาพจาก SO 

บริษัท สยามราชธานี จำกัด (มหาชน) หรือ SO พร้อมเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ด้าน IT Outsourcing สำหรับทุกตำแหน่งงานที่องค์กรของคุณต้องการ ด้วยฐานข้อมูลบุคลากร (ทั้ง IT และ non-IT) มากกว่า 300,000 คน ผนวกกับระบบ AI ในการคัดเลือก เราสามารถจัดสรรผู้มีความสามารถให้ตรงกับความต้องการและวัฒนธรรมของบริษัทคุณได้อย่างลงตัว พร้อมการสนับสนุนจาก Tech Consult คอยให้คำปรึกษา เพื่อให้มั่นใจในผลลัพธ์คุณภาพสูงสุด ยิ่งไปกว่านั้น บริการของเรายังครอบคลุมตั้งแต่การวางแผนกลยุทธ์ การสรรหา ไปจนถึงการบริหารจัดการโครงการไอทีแบบครบวงจร 

ความโดดเด่นที่ทำให้เราแตกต่างจากผู้ให้บริการรายอื่นคือ ประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมบริหารบุคลากรที่สั่งสมมานานกว่า 40 ปี ทำให้เราเข้าใจถึงความต้องการและความท้าทายที่แท้จริงขององค์กร และสามารถให้คำแนะนำที่เป็นประโยชน์ในทุกขั้นตอนของกระบวนการ Outsourcing นอกจากนั้น เรายังมีความยืดหยุ่นสูงในรูปแบบการให้บริการ ไม่ว่าคุณจะต้องการ Staff Augmentation ที่สามารถปรับขนาดทีมตามความต้องการ หรือ Turnkey Project ที่เราจะรับผิดชอบจัดการงานไอทีทั้งหมดแบบเบ็ดเสร็จ เราก็มีแพ็คเกจที่หลากหลายและปรับเปลี่ยนได้ตามความต้องการและงบประมาณ รวมถึงการให้บริการแบบ Hybrid ซึ่งลูกค้าว่าจ้างพนักงานเป็น Outsource เป็นระยะเวลาหนึ่งพร้อมกับทางเลือกในการปรับพนักงานให้เป็นพนักงานประจำหากตกลงว่าจ้างระยะยาว 

ด้วยทีมงานมากประสบการณ์ของ SO คุณมั่นใจได้ว่าจะได้รับบริการที่มีคุณภาพสูงสุด บนพื้นฐานของความซื่อตรง โปร่งใส และคำนึงถึงประโยชน์ของลูกค้าเป็นสำคัญเสมอ เราพร้อมอยู่เคียงข้างและสนับสนุนคุณในทุกย่างก้าวของการเดินทางสู่ความสำเร็จด้านดิจิทัล 

หากพร้อมที่จะก้าวสู่ยุคใหม่ของการบริหารกำลังคนอย่างชาญฉลาด ติดต่อ SO เพื่อรับคำปรึกษาฟรีและข้อเสนอสุดพิเศษสำหรับคุณวันนี้ ให้เราเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนองค์กรของคุณสู่ความสำเร็จอย่างยั่งยืนด้วยประสิทธิภาพสูงสุดของกำลังคนไอที 

บริการบริหารข้อมูล ภายในองค์กร และจัดหาพนักงาน IT Outsource

So Next มุ่งเน้นให้บริการด้าน Lean Transformation และ Digitalization ในองค์กร ผ่านการให้คำปรึกษา ออกแบบกระบวนการ ค้นหาเครื่องมือที่เหมาะสม และบริหารโครงการ โดยมีเป้าหมายให้ลูกค้าสามารถโฟกัสที่ธุรกิจหลัก ปรับขนาดธุรกิจได้อย่างยืดหยุ่น ลดความเสี่ยง และสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ในองค์กร

สนใจบริการ